ล็อกอิน

การอบรมเรื่อง "ชำระประวัติศาสตร์" ครั้งที่ 2

ที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ต.กมลา จ.ภูเก็ต 

วันที่ 31 มีนาคม 2555 

โดย ชัยคฺริฎอ อะหมัด สมะดี 

เหตุการณ์ที่ซีเรีย มุสลิมไทยควรมีจุดยืนและต้องทำอย่างไร?

ตอบคำถามโดย ชัยคฺ ริฎอ อะหฺมัด สมะดี

 

และท่านอบูบักรปฏิเสธที่จะแบ่งมรดกเมื่อท่านหญิงฟาฏิมะฮฺไปทวงถามจริงหรือ?
ตอบคำถามโดย ชัยคฺ ริฎอ อะหฺมัด สมะดี
 

 

 31. ทั้งอะฮฺลุซซุนนะหฺวัลญะมาอะฮฺและชีอะฮฺทุกกลุ่มทุกลัทธิ มีมติเอกฉันท์ว่า ท่านอลีบิน อบีฏอลิบเป็นผู้ที่กล้าหาญที่สุด หากเป็นหลักการศาสนาของอัลลอฮฺแล้วท่านไม่เคยที่เกรงกลัวผู้ใด และความกล้าหาญนี้อยู่กับท่านตลอดเวลาตั้งแต่ท่านเกิดจนกระทั่งท่านได้ถูกฆ่าโดยน้ำมือของอิบนุมัลญัม และเป็นที่รู้กันว่าชีอะฮฺได้ประกาศเสมอว่าท่านอลีคือผู้ที่ได้รับการสั่งเสียจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ให้เป็นคอลีฟะฮฺภายหลังที่ท่านเสียชีวิต

 
คำถามคือ เหตุใดท่านอลีจึงได้ให้สัตยาบันแก่ท่านอบูบักรฺในการเป็นคอลีฟะฮฺ? เพราะความกล้าหาญของท่านอลีได้หมดลงหลังจากที่ท่านนบีได้เสียชีวิตกระนั้นหรือ? และภายหลังท่านยังได้ให้สัตยาบันแก่ท่านอุมัรบินอัลค็อฏฏอบและท่านอุสมานบินอัฟฟาน ? ท่านอลีได้ไร้ความสามารถถึงขั้นที่ไม่กล้าขึ้นประกาศบนแท่นมินบัรท่านนบีแม้แต่ครั้งเดียวว่าท่านได้ถูกยึดซึ่งตำแหน่งคอลีฟะฮฺ ทั้งๆ ที่ท่านคือผู้ที่มีสิทธิ์อย่างแท้จริงในตำแหน่งนี้

บันทึกการอบรมโครงการ “เราจะปกป้องบรรดาศ่อฮาบะฮฺของท่านนบีอย่างไร”

จัดโดย สมาพันธ์เครือข่ายผู้รักอะฮฺลุลบัยตฺ และศ่อฮาบะฮฺ

วันที่ 18-19 มิถุนายน 2554

ณ ห้องอีสกานดา โรงแรมรีเจนท์ รามคำแหง 22 กรุงเทพมหานคร

 

เปิดงาน โดย เชคริฏอ อะหมัด สมะดี เลขาธิการสมาพันธ์เครือขายผู้รักอะฮฺลุลบัยตฺ และศ่อฮาบะฮฺ / แนวทางการดะอฺวะฮฺต่อชีอะฮฺ

 

 29.  อัลกุลัยนียฺยังได้ตั้งหัวข้อหนึ่งในหนังสือ “อัลกาฟียฺ” ใช้ชื่อหัวข้อว่า “แท้จริงบรรดาสตรีจะไม่รับมรดกที่เป็นอสังหาริมทรัพย์แต่อย่างใด” โดยได้รายงานจากอบูญะอฺฟัรกล่าวว่า  “บรรดาสตรีจะไม่รับมรดกที่เป็นที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อื่นๆแต่อย่างใด” (*1*)

อัฏฏูซียฺได้รายงานในหนังสือ “อัตตะหฺซีบ” (*2*) จากมุยัซซัรกล่าวว่า “ฉันได้ถามอบูอับดุลลอฮฺถึงสิทธิของสตรีในมรดก?” เขาตอบว่า “สำหรับพวกนางนั้นจะได้รับมรดกที่เป็นอิฐและดินทรายและไม้และชานอ้อย(ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ใช้ก่อสร้าง) แต่ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์นั้นพวกนางจะไม่มีสิทธิใดๆ” และอีกรายงานจาก มุฮัมมัด บินมุสลิม รายงานจากอบูญะอฺฟัรได้กล่าวว่า “บรรดาสตรีจะไม่ได้รับมรดกในที่ดินหรือจากอสังหาริมทรัพย์แต่อย่างใด” และจากอับดุลมาลิกบิน   อะอฺยุนได้รายงานจากคนหนึ่งในสองท่าน(คืออัลฮะซันและอัลฮุเซน)ได้กล่าวว่า

มีคนกลุ่มหนึ่งบอกว่า เศาะฮาบะฮฺกับอะฮฺลุลุบัยตฺไม่ถูกกัน เราจำเป็นต้องเลือกกลุ่มหนึ่งจากสองกลุ่มนี้ เราจะตอบ(ชี้แจง)อย่างไร (เคาะวาริจญฺ,ความขัดแย้งในยุคท่านอุษมานและท่านอะลี, อามุลญะมาอะฮฺ, อับดุลลอฮฺ อิบนุสะบะอฺ)

ตอบโดย ชัยคฺริฎอ อะหมัด สมะดี

 

เดาเราะห์ครั้งที่ 3 "ชำระประวัติศาสตร์"

        เมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมาเวลาประมาณ 9.00 น. ณ ห้องอิสการดา โรงแรมรีเจ้นท์ รามคำแหง สมาพันธ์เครือข่ายผู้รักอะฮฺลุลบัยตฺ และศ่อฮาบะฮฺ ได้จัดอบรมพิเศษในห้วข้อ "ชำระประวัติศาสตร์" โดยมีพี่น้องให้ความสนใจร่วมกิจกรรมจำนวนมาก โดยมีการชี้ให้เห็นถึงการบิดเบือนประวัติศาสตร์ของกลุ่มชีอะห์ และการไม่ตรวจสอบของนักวิชาการบางคนที่ไปนำการรายงานของชีอะห์มาใช้อ้างอิง

        โดย เชคริฏอ อะหมัด สมะดี เลขาธิการสมาพันธ์ฯ ได้เป็นวิทยากรให้ความรู้กับผู้ร่วมอบรม ซึ่งได้ชี้ให้เห็นถึงความบิดเบือนที่เกิดขึ้นในตำราของกลุ่มชีอะห์

 23. เป็นที่รู้ว่าท่านอัลฮะซันคือลูกชายท่านอลีและมารดาคือท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ  ซึ่งชีอะฮฺกล่าวว่าท่านเป็นหนึ่งในชาวกิซาอฺ (กิซาอฺเป็นเครื่องนุ่งห่มชนิดหนึ่งซึ่งท่านนบีได้นำอัลฮะซัน อัลฮุเซน ฟาฏิมะฮฺ และอลีให้เข้าไปในกิซาอฺและอ่านอายะฮฺ

إِنَّمَا يُرِيدُ اللَّـهُ لِيُذْهِبَ عَنكُمُ الرِّجْسَ أَهْلَ الْبَيْتِ وَيُطَهِّرَكُمْ تَطْهِيرًا
ความว่า อัลลอฮฺเพียงแต่ต้องการที่จะขจัดความโสโครกออกไปจากพวกเจ้า โอ้สมาชิกของวงศ์ตระกูล (นะบี) เอ๋ย และทรง (ประสงค์)ที่จะขัดเกลาพวกเจ้าให้สะอาดบริสุทธิ์)
(อัลอะหฺซาบ 33 33) 
และชีอะฮฺอ้างท่านอัลฮะซันเป็นผู้ที่มะอฺศูม คำถามคือ เหตุใดคุณสมบัติแห่งการเป็นอิหม่ามหรืออิมามะฮฺตามทัศนะของชีอะฮฺได้ขาดตอนไปจากลูกหลานของท่านอัลฮุเซน

ตอบโดย ชัยคฺริฎอ อะหมัด สมะดี



คือผมได้เข้าไปที่เวปหนึ่งแล้วเจอข้อความว่า

عن عروة بن الزبير عن عائشة قالت : كانت سورة الأحزاب تقرأ في زمن النبي مائتي آية فلما كتب عثمان المصاحف لم نقدر" منها إلا ما هو الآن "