จำนวนของผู้นับถือศาสนาชีอะห์ในฉนวนกาซาเพิ่มขึ้น ทั้งที่เป็นดินแดนที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม และอยู่ภายใต้การปิดล้อมของอิสราเอล
กลุ่มอนุรักษณ์นิยมอิหร่านหรือ Iran Age ได้รายงานในเว็บไซด์ของตนเองว่า จำนวนมากของชาวปาเลสไตน์ได้เปลี่ยนมานับถือศาสนาชีอะห์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แม้จะถูกปิดล้อมโดยอิสราเอล และปกครองโดยรัฐบาลมุสลิมภายใต้การนำของกลุ่มฮามาส
รายงานดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานของสำนักข่าวฝรั่งเศส Agence-France Press ที่ระบุว่าชาวกาซาได้เปลี่ยนไปยืดหลักคำสอนของศาสนาชีอะห์ในไม่กี่ปีที่ผ่านมา เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงการเพิ่มขึ้นในอิทธิพลของอิหร่านในหมู่ชาวปาเลสไตน์
ด้านกลุ่มประเทศอาหรับระบุว่าการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เป็นการจุดไฟให้เกิดความเกลียดชัง และความขัดแย้งขึ้นในหมู่ชาวอาหรับ
ด้านฮามาส ซึ่งปกครองฉนวนกาซา พยายามดำเนินการกับการเปลี่ยนศาสนาของประชาชนดังกล่าวอย่างระมัดระวัง เนื่องจากอิหร่านเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิด เพื่อไม่ให้กระทบกับความสัมพันธ์
ขณะที่ อับดุลเราะห์มาน ฮามัด ชาวกาซาที่อาศัยอยู่ในค่ายลีภัยจาบัลลียะห์ และเปลี่ยนไปนับถือศาสนาชีอะห์ บอกกับ AFP ว่าเขาเปลี่ยนศาสนามา 5 ปีแล้ว และการเพิ่มของของชีอะห์ในกาซาเป็นผลมาจากอิทธิพลของอิหร่าน และกลุ่มฮิซบุลลอฮฺในเลบานอน
"ขณะนี้เรามีสมาชิกนับร้อยคนในฉนวนกาซา และกำลังเริ่มกิจกรรมทางการเมืองในเร็วๆนี้ โดยอนาคตชีอะห์จะควบคุมภูมิภาคนี้" เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวอย่างภูมิใจ
ขณะที่อะห์หมัดยูซุฟ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีอิสมาอีล ฮานียะห์ ปฏิเสธรายงานการเพิ่มขึ้นของชีอะห์ดังกล่าว แต่ยอมรับว่าชาวปาเลสไตน์ชื่นชมอิหร่าน และฮิสบุลลอฮฺ
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยของปาเลสไตน์ในฉนวนกาซากล่าวว่า ทางการได้สั่งปิดสถานที่ของกลุ่มชีอะห์ al-Baqeyat al-Salehat ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา โดยองค์กรดังกล่าวได้กรับอนุญาติให้ตั้งขึ้นเมื่อ 4 ปีที่แล้ว
โดยชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากหลายประเทศ โดยหนึ่งในประเทศผู้บริจาคก็คืออิหร่าน
ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์ไทยแลนด์นิวส์ดารุสสลาม