ล็อกอิน

       ทุกสังคมที่มีความขัดแย้งจะต้องมีคนกลางที่เสนอทางออกที่ใกล้เคียงกับความจริงมากที่สุดโดยมีความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ทางสมาพันธ์ฯ มองว่าประเทศไทยไม่มีความรุนแรงในเรื่องข้อขัดแย้งระหว่างซุนนีกับชีอะฮฺเพราะมุสลิมภายในประเทศส่วนมากรับฟังเหตุผลและใช้วิจารณญานในการกำหนดจุดยืน สำหรับชาวชีอะฮฺในประเทศไทยนั้นเป็นกลุ่มชนที่อาจได้รับข้อมูลคลาดเคลื่อนทางประวัติศาสตร์ จึงทำให้เขามีอคติต่อชาวซุนนี แต่ไม่ค่อยมีความรู้สึกที่ร้ายแรงต่อฝ่ายตรงข้าม เพราะฉะนั้นควรใช้วิชาการและความรู้ที่เหมาะสมในการชี้แจงและทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่นานก็จะเห็นชาวชีอะฮฺเข้าใจในหลักการของอะฮฺลุซซุนนะฮฺมากขึ้น ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะทิ้งลัทธิชีอะฮฺอย่างทันที ดังที่เคยปรากฏกับพี่น้องหลายคนที่หลงตามข้อมูลบิดเบือนบางประการ แต่เมื่อศึกษาข้อเท็จจริงและไตร่ตรองเหตุผลต่างๆ ก็ประกาศกลับสู่แนวทางอะฮฺลุซซุนนะฮฺวัลญะมาอะฮฺเช่นเดิม

       สมาพันธ์ฯ จึงขอประกาศนโยบายสร้างความสมานฉันท์ด้วยแนวกลางของอะฮฺลุซซุนนะฮฺวัลญะมาอะฮฺ คือให้กลับไปยึดมั่นในช่วงที่ประชาชาติอิสลามไม่ได้แตกแยกและขัดแย้ง คือสมัยของท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ซึ่งทุกคนก็รักสาวกของท่าน ภริยาของท่าน ครอบครัวและวงศ์วานของท่านการกลับสู่แนวทางนี้ด้วยการยืนยันในความรักต่ออะฮฺลุลบัยตฺจะทำให้ชีอะฮฺเข้าใจอะฮฺลุซซุนนะฮฺได้อย่างดีและการยืนยันในความรักต่อศ่อฮาบะฮฺก็เป็นจุดยืนสำคัญที่มุสลิมทุกคนต้องยอมรับเพื่อให้เกิดความสมานฉันท์นั่นเอง