ล็อกอิน

       ดร.อาเหม็ด อัลอัตต็อยยิบ เชคอัซฮัร ได้ออกแถลงการณ์ในนามอัซฮัรประณามสิ่งที่เขาเรียกว่า  การบุกรุกและการทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของมัสยิดต่างๆ  ซึ่งหมายถึงความพยายามของชีอะหฺที่จะประกอบพิธีรำลึกถึงการสิ้นเสียชีวิตของท่านฮุเซนในวันอาชูรออฺ  เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา  

        แถลงการณ์ดังกล่าวยังได้ระบุอีกว่าประเทศอียิปต์นั้นไม่ต้องการลัทธิที่สร้างความแตกแยกและเผยแพร่คำสอนที่ด่าทอให้ร้ายเศาะฮาบะห์และคอลีฟะห์ของท่านนบีโดยยึดตำนานที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นต่างๆนานา ซึ่งทางอัซฮัรจะพยายามอย่างเต็มที่ที่จะต่อต้านการกระทำที่สกปรกเหล่านี้ ซึ่งเป็นการกระทำที่สวนทางกับหลักตรรกะพื้นฐานของปัญญาและเป็นการกระทำที่ปฎิเสธหลักฐานของศาสนาอันชัดเจน   

ศอและห์ อัลวัรดานีย์ อดีตผู้ที่เปลี่ยนเป็นชีอะห์คนสำคัญในอียิปต์ ได้ประกาศตัดขาดไม่เกี่ยวข้องกับลัทธิชีอะหฺอีกต่อไป
               ศอและห์ อัลวัรดานีย์ อดีตผู้ที่เปลี่ยนเป็นชีอะห์คนสำคัญในอียิปต์ ได้ประกาศตัดขาดไม่เกี่ยวข้องกับลัทธิชีอะหฺอีกต่อไป โดยเขาได้แฉแผนการของบรรดาแกนนำชีอะหฺที่จะแผยแพร่ลัทธิชีอะหฺในอียิปต์
                เขาได้เปิดเผยกับเว็ปไซต์ العربية ถึงประวัติความการเข้าสู่ลัทธิชีอะหฺของเขาเองที่ยาวนานกว่า 20 ปี ตั้งแต่ปี 1985 ถึง 2005 โดยได้พบปะพูดคุยกับบรรดาอุละมาอฺและแกนนำชีอะหฺทั้งในเลบานอนและอิหร่าน
                หลังจากเขียนหนังสือเป็นสิบๆเล่มเกี่ยวกับแรงบันดาลใจหรือสาเหตุที่ทำให้เขาเปลี่ยนจากซุนหนี่มาเป็นชีอะหฺ และหลังจากหนังสือชีอะหฺพันๆเล่มที่เขาได้เผยแพร่แจกจ่าย ท้ายที่สุดเขาได้ประกาศละทิ้งสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด

ทหารซีเรียทำทารุณต่อศพประชาชนมุสลิมหลังยิงตายบนถนน

        เหตุการณ์ต่อสู้ของพี่น้องมุสลิมในประเทศซีเรีย ในการเรียกร้องสิทธิของตนเองในการดำเนินชีวิตตามปกติสุข แต่ถูกขัดขวางโดยกฏหมายฉุกเฉินที่รัฐบาลที่นำโดยชนกลุ่มน้อยชาวชีอะห์ ภายใต้การนำของนายบาชีร อัลอัซซัด ที่สืบทอดอำนาจต่อจากผู้เห็นบิดา และปกครองแผ่นดินซีเรียอย่างกดขี่ทารุณกรรมต่อประชาชนมาหลายสิบปี

        แต่ทว่าการชุมนุมอย่างสงบของประชาชนกลับกลายเป็นการนองเลือดที่ยาวนานหลายเดือนนับตั้งแต่การประท้วงเริ่มขึ้นเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ทำไม...ต้องรักเศาะหาบะฮฺ ?

 ไม่มีข้อสงสัยใดๆอีกว่า การรักเศาะหาบะฮฺนั้นเป็นหลักการพื้นฐานของการศรัทธาสำหรับชาวอะฮฺลุสสุนนะฮฺ วัล-ญะมาอะฮฺอย่างแน่นอน เนื่องจากพวกท่านเป็นมนุษย์ที่ดีเลิศที่สุด ซึ่งอัลลอฮฺทรงคัดเลือกพวกท่านเพื่อเป็นสาวกของท่านศาสนทูตของพระองค์และเพื่อให้พวกท่านได้เผยแพร่ศาสนาของพระองค์ พวกท่านคือกลุ่มชนที่ได้ปกปักษ์รักษาคัมภีร์อัลกุรอานและอัส-สุนนะฮฺ(แบบฉบับ)ของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ให้แก่พวกเรา และนำสาส์นดังกล่าวนั้นมาเผยแพร่แก่ประชาคมโลก ซึ่งหากไม่มีกลุ่มชนที่ดีเลิศอย่างพวกท่านแล้วไซร้ หลักคำสอนของศาสนาอิสลามย่อมสูญหายไป

จะรู้ได้อย่างไรว่าใครคือเศาะหาบะฮฺ ?

          บรรดานักวิชาการได้วางแนวทางและหลักเกณฑ์เพื่อให้รับรู้ว่าใครบ้างที่เป็นเศาะหาบะฮฺ โดยมีรายละเอียดดังนี้

1.       มีรายงานที่ยืนยันว่าเขาเป็นเศาะหาบะฮฺ ซึ่งได้ปรากฏในอัลกุรอานทั้งที่ได้บ่งชี้อย่างชัดเจนและที่เป็นนัยซึ่งสามารถสื่อได้ว่าเขาคือเศาะหาบะฮฺ หรือด้วยกับการรายงานที่สืบต่อเนื่องกัน(มุตะวาติร)ที่ปรากฏในสุนนะฮฺของท่านนบี [1]
2.       มีการรายงานจากเศาะหาบะฮฺด้วยกันเองว่าคนๆนี้เป็นเศาะหาบะฮฺ หรืออาจจะเป็นการรายงานจากตาบิอีนที่ได้บ่งชี้ว่าท่านเป็นเศาะหาบะฮฺ แต่ต้องมีการยืนยันถึงสิ่งที่ตาบิอีนได้รายงานนั้นมีความน่าเชื่อถือได้ [2]

“เศาะหาบะฮฺ” กับจุดยืนของหมู่ชนผู้ศรัทธา (“เศาะหาบะฮฺ” พวกท่านคือใคร ?)

          โดย แวมูฮัมหมัดซาบรี แวยะโก๊ะ บทความชนะการประกวดเขียนบทความในโครงการ “แบบฉบับความยิ่งใหญ่ของท่านนะบีมุฮัมมัดและความประเสริฐของบรรดาศอฮาบะฮ์” เป็นอันดับที่ 3 จัดโดย ฝ่ายศาสนา และ วัฒนธรรม สถานทูตซาอุดิอารเบีย ประจำประเทศไทย กล่าวถึงสาเหตุต่างๆ อันเป็นมูลเหตุที่ทำให้ผู้ศรัทธาจำเป็นต้องรักและให้เกียรติบรรดาเศาะหาบะฮฺ

เศาะหาบะฮฺกับจุดยืนของหมู่ชนผู้ศรัทธา (คำนำ)

          โดย แวมูฮัมหมัดซาบรี แวยะโก๊ะ บทความชนะการประกวดเขียนบทความในโครงการ “แบบฉบับความยิ่งใหญ่ของท่านนะบีมุฮัมมัดและความประเสริฐของบรรดาศอฮาบะฮ์” เป็นอันดับที่ 3 จัดโดย ฝ่ายศาสนา และ วัฒนธรรม สถานทูตซาอุดิอารเบีย ประจำประเทศไทย กล่าวถึงสาเหตุต่างๆ อันเป็นมูลเหตุที่ทำให้ผู้ศรัทธาจำเป็นต้องรักและให้เกียรติบรรดาเศาะหาบะฮฺ