ล็อกอิน

 33. ชีอะฮฺได้รายงานจากอิหม่ามญะอฺฟัรอัศศอดิก(ผู้ก่อตั้งมัซฮับอัลญะอฺฟะรียฺตามความเชื่อของชีอะฮฺ)ได้กล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า อบูบักรฺได้ให้กำเนิดฉันถึงสองครั้ง (กัชฟุลฆุมมะฮฺ โดยอัล-อัรฺบุลีย์ (2/373))  ทั้งนี้เพราะท่านได้สืบเชื้อสายจากท่านอบูบักรฺจากสองทาง 

หนึ่ง - จากมารดาของท่าน คือ ฟาฏิมะฮฺบินติกอเซ็มบินอบูบักรฺ
สอง - จากคุณยายของท่าน คือ อัสมาอฺบินติอับดุรเราะหฺมานบินอบูบักรฺซึ่งเป็นมารดาของ    ฟาฏิมะฮฺบินติกอเซ็มบินมุฮัมมัดบินอบูบักรฺ 
แต่เรากลับพบว่าชีอะฮฺได้รายงานเรื่องราวที่เป็นเท็จต่างๆมากมายที่กล่าวหาใส่ร้ายท่านอบูบักรฺโดยอ้างว่าเป็นคำพูดของท่านญะอฺฟัรอัศศอดิก 
คำถามคือ เป็นไปได้อย่างไรที่ท่านญะอฺฟัรภาคภูมิใจต่อท่านอบูบักรฺซึ่งเป็นบรรพบุรุษของท่าน แต่กลับด่าทอประณามท่านอบูบักรฺในอีกทางหนึ่ง คำพูดแบบนี้จะออกมาจากปากของชาวบ้านที่ญาเฮ็ล(โง่เขลา)เท่านั้นแต่ไม่ใช่จากอิหม่ามที่ชีอะฮฺอ้างว่าเป็นผู้ที่มีความรู้และยำเกรงมากที่สุดในยุคสมัยของท่าน

โดย เชคริฎอ อะหมัด สมะดี, อาจารย์มุรีด ทิมะเสน และ อาจารย์ศอดิกีน อับดุลบารีย์

 

 

การอบรมเรื่อง “เราจะปกป้องบรรดาศ่อฮาบะฮฺของท่านนบีอย่างไร”

จัดโดย สมาพันธ์เครือข่ายผู้รักอะฮฺลุลบัยตฺ และศ่อฮาบะฮฺ
วันที่ 18-19 มิถุนายน 2554  ณ ห้องอีสกานดา โรงแรมรีเจนท์ รามคำแหง 22 กรุงเทพมหานคร

 32. ฮะดีสเรื่องผ้ากิซาอฺได้ระบุถึงสี่ท่านจากครอบครัวท่านอลี (ทั้งหมดคือ อะลีย์, ฟาฏิมะฮฺ, อัล-หะสัน, และอัล-หุสัยนฺ  เราะฎิยัลลอฮฺอันฮุม) ที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม ได้อ่าน อายะหฺตัฏฮีร (กัชฟุลฆุมมะฮฺ โดยอัล-อัรฺบุลีย์ (2/373))

 
إِنَّمَا يُرِيدُ اللَّـهُ لِيُذْهِبَ عَنكُمُ الرِّجْسَ أَهْلَ الْبَيْتِ وَيُطَهِّرَكُمْ تَطْهِيرًا
 
ซึ่งชีอะฮฺอ้างว่าเป็นอายะหฺที่แสดงความเป็นมะอฺศูมของท่านทั้งสี่
คำถามคือ แล้วชีอะฮฺมีหลักฐานอะไรที่จะระบุว่ามีคนอื่นเป็นมะอฺศูมด้วยนอกเหนือจากสี่ท่าน
 
 
 

 31. ทั้งอะฮฺลุซซุนนะหฺวัลญะมาอะฮฺและชีอะฮฺทุกกลุ่มทุกลัทธิ มีมติเอกฉันท์ว่า ท่านอลีบิน อบีฏอลิบเป็นผู้ที่กล้าหาญที่สุด หากเป็นหลักการศาสนาของอัลลอฮฺแล้วท่านไม่เคยที่เกรงกลัวผู้ใด และความกล้าหาญนี้อยู่กับท่านตลอดเวลาตั้งแต่ท่านเกิดจนกระทั่งท่านได้ถูกฆ่าโดยน้ำมือของอิบนุมัลญัม และเป็นที่รู้กันว่าชีอะฮฺได้ประกาศเสมอว่าท่านอลีคือผู้ที่ได้รับการสั่งเสียจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ให้เป็นคอลีฟะฮฺภายหลังที่ท่านเสียชีวิต

 
คำถามคือ เหตุใดท่านอลีจึงได้ให้สัตยาบันแก่ท่านอบูบักรฺในการเป็นคอลีฟะฮฺ? เพราะความกล้าหาญของท่านอลีได้หมดลงหลังจากที่ท่านนบีได้เสียชีวิตกระนั้นหรือ? และภายหลังท่านยังได้ให้สัตยาบันแก่ท่านอุมัรบินอัลค็อฏฏอบและท่านอุสมานบินอัฟฟาน ? ท่านอลีได้ไร้ความสามารถถึงขั้นที่ไม่กล้าขึ้นประกาศบนแท่นมินบัรท่านนบีแม้แต่ครั้งเดียวว่าท่านได้ถูกยึดซึ่งตำแหน่งคอลีฟะฮฺ ทั้งๆ ที่ท่านคือผู้ที่มีสิทธิ์อย่างแท้จริงในตำแหน่งนี้

 30. เหตุใดท่านอบูบักรฺจึงได้ตัดสินใจทำสงครามปราบปรามบรรดาพวกมุรตัด(พวกที่ออกจากศาสนา) และได้กล่าวว่า “หากพวกเขาปฏิเสธที่จะให้สัตว์แก่ฉันแม้เพียงตัวเดียว(หมายถึงปฏิเสธที่จะจ่ายซะกาตให้กับรัฐอิสลามที่ท่านอบูบักรฺเป็นคอลีฟะฮฺ)อย่างที่พวกเขาเคยจ่ายให้ท่านนบี ฉันจะทำสงครามกับพวกเขาอย่างแน่นอน" ในขณะที่ชีอะฮฺได้อ้างว่าช่วงที่ท่านอลีเป็นคอลีฟะฮฺนั้นท่านไม่ได้นำมุศฮัฟ(อัลกุรอาน)ที่ท่านได้เขียนจากท่านนบีโดยตรงออกมาใช้ เพราะเกรงว่าบรรดาชาวอาหรับจะออกจากศาสนา ทั้งๆที่ท่านมีอำนาจเป็นผู้ปกครองสูงสุดได้รับคุณสมบัติแห่งการเป็นอิหม่ามและความช่วยเหลือสนับสนุนจากอัลลอฮฺโดยตรง(ตามที่ชีอะฮฺอ้าง) แต่ทำไมเล่าท่านอลีถึงได้ปฏิเสธไม่นำอัลกุรอานดังกล่าวออกมาใช้ เหตุใดจึงยอมให้ประชาชนต้องตกอยู่ในความหลงทาง ในขณะที่ท่านอบูบักรฺได้ทำสงครามเพียงเพราะพวกอาหรับปฏิเสธที่จะออกซะกาตแม้เพียงสัตว์ตัวเดียว

 29.  อัลกุลัยนียฺยังได้ตั้งหัวข้อหนึ่งในหนังสือ “อัลกาฟียฺ” ใช้ชื่อหัวข้อว่า “แท้จริงบรรดาสตรีจะไม่รับมรดกที่เป็นอสังหาริมทรัพย์แต่อย่างใด” โดยได้รายงานจากอบูญะอฺฟัรกล่าวว่า  “บรรดาสตรีจะไม่รับมรดกที่เป็นที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อื่นๆแต่อย่างใด” (*1*)

อัฏฏูซียฺได้รายงานในหนังสือ “อัตตะหฺซีบ” (*2*) จากมุยัซซัรกล่าวว่า “ฉันได้ถามอบูอับดุลลอฮฺถึงสิทธิของสตรีในมรดก?” เขาตอบว่า “สำหรับพวกนางนั้นจะได้รับมรดกที่เป็นอิฐและดินทรายและไม้และชานอ้อย(ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ใช้ก่อสร้าง) แต่ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์นั้นพวกนางจะไม่มีสิทธิใดๆ” และอีกรายงานจาก มุฮัมมัด บินมุสลิม รายงานจากอบูญะอฺฟัรได้กล่าวว่า “บรรดาสตรีจะไม่ได้รับมรดกในที่ดินหรือจากอสังหาริมทรัพย์แต่อย่างใด” และจากอับดุลมาลิกบิน   อะอฺยุนได้รายงานจากคนหนึ่งในสองท่าน(คืออัลฮะซันและอัลฮุเซน)ได้กล่าวว่า

 28. ในทัศนะของชีอะฮฺนั้น มีความจำเป็นที่จะต้องแต่งนั้นอิหม่ามที่มะอฺศูมเพื่อที่จะขจัดความอธรรมและความชั่ว พร้อมทั้งดำรงความยุติธรรมความดีในดินแดนและเมืองต่างๆ 

โอ้ ชีอะฮฺ พวกท่านจะอ้างกระนั้นหรือว่าทุกๆเมือง ทุกดินแดน หรือหมู่บ้านที่อัลลอฮฺทรงสร้างจะมีมะอฺศูมคอยขจัดความอธรรมและปราบปรามความชั่ว เราจะถามว่าแล้วดินแดนของคนกาเฟรจะมีมะอฺศูมได้อย่างไร? แล้วเมืองชามที่ มุอาวิยะหฺ บินอบีซุฟยาน เคยอาศัยอยู่ก็มีมะอฺศูม กระนั้นหรือ? หรือถ้าท่านจะอ้างว่า ผู้ที่เป็นมะอฺศูมมีอยู่คนเดียวแต่เขาจะมีผู้ช่วยคอยช่วยเหลือในเมืองต่างๆ เราก็จะถามว่า บรรดาผู้ช่วยเหลือเหล่านี้อยู่ในทุกๆเมืองทุกๆดินแดนหรือบางเมืองเท่านั้น หากพวกท่านตอบว่าในทุกเมืองของโลกใบนี้ เราก็จะถามว่าแม้แต่กระทั่งเมืองกาเฟรกระนั้นหรือ?แม้แต่เมืองชามที่ มุอาวิยะหฺ บินอบีซุฟยาน (ที่ชีอะฮฺกล่าวหาว่าเป็นกาเฟร)เคยอาศัยอยู่กระนั้นหรือ?